ทาสีบ้านให้สวยทนนานเหมือนช่าง มือใหม่ก็ทำได้

ทาสีบ้านให้สวยทนนานเหมือนช่าง มือใหม่ก็ทำได้

Table of Contents

การทาสีบ้านเป็นงานที่ดูเหมือนง่าย แค่หยิบลูกกลิ้งมากลิ้งไปมาก็จบ แต่ในความเป็นจริง สิ่งที่แยกงานสีของมือใหม่ออกจากงานสีของช่างมืออาชีพ ไม่ใช่ฝีมือการกลิ้งแปรง แต่เป็น ขั้นตอนก่อนทา และ รายละเอียดระหว่างทา ที่หลายคนมักมองข้ามไป บทความนี้จะพาไปดูตั้งแต่การเตรียมตัว การเลือกสีและอุปกรณ์ให้ถูกต้อง ไปจนถึงเทคนิคการลงมือทาจริงที่จะช่วยให้ผนังบ้านคุณสวยเนียนและอยู่ทนนานขึ้น

เตรียมพื้นผิวให้พร้อมก่อนทาสี

เตรียมพื้นผิวให้พร้อมก่อนทาสี

ก่อนจะทาสีลงบนผนัง สิ่งสำคัญที่สุดคือการเตรียมพื้นผิวให้พร้อม เพราะไม่ว่าสีที่เลือกจะดีแค่ไหน ถ้าพื้นผิวไม่พร้อม สีก็จะไม่เกาะและไม่สวยตามที่ควรจะเป็น

  • ทำความสะอาดผิวผนัง ขจัดฝุ่น คราบสกปรก หรือเชื้อราออกให้หมดก่อน หากเป็นผนังเก่าที่มีคราบเชื้อราหรือตะไคร่น้ำ ควรทาด้วยน้ำยากำจัดเชื้อราก่อน แล้วปล่อยให้พื้นผิวแห้งสนิทประมาณ 24 ชั่วโมงก่อนเริ่มขั้นตอนถัดไป
  • ซ่อมแซมรอยเสียหาย อุดรอยร้าว รอยแตกล่อน หรือรอยบุบด้วยสีโป๊ว หากเป็นผนังเก่าที่สีเดิมเริ่มหลุดล่อน ให้ใช้เกรียงขูดลอกสีเก่าหรือวอลเปเปอร์ที่หลุดล่อนออกให้หมดก่อน
  • ขัดผิวให้เรียบเนียน ใช้กระดาษทรายขัดผนังทั้งบริเวณที่ซ่อมแซมและบริเวณทั่วไปให้เรียบเสมอกัน เพื่อให้สีที่ทาใหม่ยึดเกาะได้ดีและดูเนียนตา
  • ปิดเทปกาวป้องกัน ติดเทปกระดาษกาวบริเวณที่ไม่ต้องการให้สีเลอะ เช่น ขอบประตู ขอบหน้าต่าง ปลั๊กไฟ และสวิตช์ไฟ ขั้นตอนนี้ช่วยลดความกังวลเรื่องสีเปื้อนไปยังจุดที่ไม่ต้องการได้มาก

รู้จักพื้นผิวก่อนเลือกสีให้เหมาะสม

ก่อนซื้อสี ควรพิจารณาก่อนว่าจะทาบริเวณไหนของบ้าน เป็นผนังภายในอย่างห้องนั่งเล่น ห้องนอน ห้องน้ำ หรือเป็นผนังภายนอกที่ต้องเจอแดดเจอฝน เพราะแต่ละบริเวณต้องการคุณสมบัติของสีที่ต่างกัน

  • ผนังภายใน ควรเลือกสีอะคริลิกที่กลิ่นไม่ฉุน ทำความสะอาดง่าย และไม่มีสารเคมีอันตรายต่อร่างกาย
  • ผนังภายนอก ควรเลือกสีที่ทนต่อสภาพอากาศ กันแดด กันฝน มีความติดทนนาน ไม่ซีดจางง่าย
  • ผนังเก่า vs ผนังใหม่ ผนังเก่าที่เคยผ่านการทาสีมาก่อนมักมีปัญหาพื้นผิวลอกล่อน จึงต้องตรวจสอบสภาพให้ดีก่อนเลือกสีรองพื้นให้เหมาะกับสภาพผนังนั้นๆ

ก่อนซื้อสี ควรพิจารณาก่อนว่าจะทาบริเวณไหนของบ้าน เป็นผนังภายในอย่างห้องนั่งเล่น ห้องนอน ห้องน้ำ หรือเป็นผนังภายนอกที่ต้องเจอแดดเจอฝน เพราะแต่ละบริเวณต้องการคุณสมบัติของสีที่ต่างกัน

อุปกรณ์ที่ควรเตรียมให้ครบก่อนลงมือ

อุปกรณ์ที่ควรเตรียมให้ครบก่อนลงมือ

การมีอุปกรณ์ที่เหมาะสมครบถ้วนจะช่วยให้งานทาสีราบรื่นและได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า อุปกรณ์หลักที่ควรเตรียม ได้แก่

  1. กระดาษทราย สำหรับขัดผนังให้เรียบก่อนทาสี
  2. เกรียงหรือแปรงลวด สำหรับขูดลอกสีเก่าหรือลอกวอลเปเปอร์
  3. สีทาบ้าน เลือกให้ตรงกับประเภทพื้นผิวที่จะทา
  4. ลูกกลิ้งทาสี สำหรับพื้นที่กว้าง มีให้เลือกหลายขนาด เช่น 4 นิ้ว 7 นิ้ว และ 10 นิ้ว ตามความเหมาะสมของพื้นที่งาน
  5. แปรงทาสี สำหรับเก็บรายละเอียดตามขอบมุมที่ลูกกลิ้งเข้าไม่ถึง มีหัวแปรงให้เลือกตั้งแต่ 1-5 นิ้ว
  6. ถาดกลิ้งสี ใช้แบ่งสีในการทาให้สะดวก และช่วยรีดสีส่วนเกินออกจากลูกกลิ้งก่อนทา
  7. เทปกาว สำหรับติดป้องกันบริเวณที่ไม่ต้องการให้สีเลอะ
  8. ผ้าใบหรือกระดาษรองพื้น ใช้ปูป้องกันสีหยดลงพื้น

นอกจากอุปกรณ์แล้ว ควรวัดพื้นที่ที่จะทาสีไว้ล่วงหน้า เพื่อคำนวณปริมาณสีและงบประมาณที่ต้องใช้ให้เหมาะสม ป้องกันการซื้อสีขาดหรือเกินความจำเป็น

ขั้นตอนการทาสีจริง ที่ทำให้ผนังออกมาเนียนสวย

เมื่อเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้ว มาถึงขั้นตอนลงมือทาสีจริง ซึ่งมีลำดับที่ควรทำตามเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

  1. ทาสีรองพื้นก่อนเสมอ สีรองพื้นช่วยให้สีจริงที่ทาทับด้านบนติดทนและมีสีสม่ำเสมอมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยป้องกันปัญหาความชื้น เชื้อรา และสีซีดในระยะยาว ควรรอให้สีรองพื้นแห้งสนิทก่อนทาสีจริงทับ
  2. ทาสีตามแนวตั้งก่อน แล้วจึงทาแนวนอน การทาสีแนวตั้งก่อนแล้วค่อยตามด้วยแนวนอน ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดรอยต่อที่เห็นได้ชัดเมื่อสีแห้ง
  3. ทาขอบก่อนด้วยแปรงขนาดเล็ก แล้วตามด้วยลูกกลิ้ง ใช้แปรงทาสีขนาดเล็กทาบริเวณขอบมุม ขอบประตูหน้าต่างก่อน จากนั้นจึงใช้ลูกกลิ้งทาส่วนที่เหลือของผนังต่อ วิธีนี้ช่วยให้งานเก็บรายละเอียดเรียบร้อยและลดรอยต่อระหว่างการทาด้วยอุปกรณ์คนละชนิด
  4. ทาสีจริงซ้ำอย่างน้อย 2-3 รอบ การทาเพียงรอบเดียวมักทำให้สีไม่เต็มและสีไม่ติดทนเท่าที่ควร ควรทาซ้ำอย่างน้อย 2 ถึง 3 รอบ โดยเว้นระยะเวลาให้สีแต่ละรอบแห้งก่อน ปกติจะใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมงต่อรอบ หรือจนกว่าสีจะแห้งสนิท ก่อนทาทับรอบถัดไป
  5. เก็บรายละเอียดหลังสีจริงแห้ง เมื่อสีจริงแห้งสนิทแล้ว ให้ลอกเทปกาวที่ติดไว้ออก แล้วใช้แปรงทาสีเก็บรายละเอียดตามขอบมุมอีกครั้ง พร้อมตรวจสอบว่ามีจุดไหนสีเพี้ยนหรือทายังไม่เรียบร้อยหรือไม่ เพื่อแก้ไขให้เสร็จสมบูรณ์
  6. ทำความสะอาดอุปกรณ์ทันทีหลังใช้งาน เพื่อยืดอายุการใช้งานของแปรงและลูกกลิ้ง ควรล้างทำความสะอาดทันทีหลังทาสีเสร็จในแต่ละครั้ง
เคล็ดลับเสริมที่ช่วยให้งานสีออกมาดีขึ้น

เคล็ดลับเสริมที่ช่วยให้งานสีออกมาดีขึ้น

  • คนสีให้เข้ากันก่อนใช้งาน เพื่อให้เนื้อสีมีความสม่ำเสมอทั่วทั้งถัง ป้องกันปัญหาสีไม่เท่ากันเป็นจุด
  • เลือกทาสีในสภาพอากาศที่เหมาะสม ควรทาในวันที่อากาศไม่ร้อนจัดหรือเย็นจัดเกินไป และไม่มีฝนตก เพราะสภาพอากาศที่ไม่เหมาะสมส่งผลต่อการแห้งตัวของสี
  • ระบายอากาศระหว่างและหลังทาสี เปิดประตูหน้าต่างเพื่อช่วยระบายกลิ่นสี
  • รักษาความสะอาดบริเวณที่ทาสี ป้องกันฝุ่นละอองมาเกาะสีที่ยังไม่แห้งสนิท

สำหรับผู้ที่อยากเพิ่มลูกเล่นให้ผนัง ยังมีเทคนิคพิเศษให้ลองเล่น เช่น เทคนิคสแปตเตอร์ สร้างลวดลายด้วยการสาดสี เทคนิคสแตนซิล ใช้แผ่นแบบเพื่อสร้างลวดลายซับซ้อน หรือ เทคนิคอมเบร สร้างการไล่เฉดสีให้ผนังดูมีมิติมากขึ้น

ดูแลรักษาสีทาบ้านให้ติดทนนาน

งานสีจะสวยทนนานแค่ไหน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตอนทาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูแลต่อเนื่องหลังทาเสร็จด้วย

  • ทำความสะอาดพื้นผิวอยู่เสมอ หมั่นเช็ดคราบฝุ่นและรอยเปื้อนก่อนที่จะติดแน่นฝังลึกจนบดบังความสดใสของสี
  • หลีกเลี่ยงความชื้น หากพื้นผิวที่ทาสีเจอน้ำหรือความชื้นบ่อยๆ จะทำให้สีบวม ซีด หลุดลอก หรือเกิดเชื้อราตามมา ควรเลือกสีที่มีคุณสมบัติป้องกันเชื้อราหรือไม่ดูดซับน้ำหากเป็นบริเวณที่เสี่ยงความชื้น
  • ป้องกันจากแสงแดด สำหรับผนังภายนอกที่โดนแดดจัด ควรเลือกสีอ่อนที่ช่วยสะท้อนแสงได้ดี หรือเลือกสีที่มีคุณสมบัติป้องกันความร้อนจากแสงแดดโดยเฉพาะ เพื่อลดการซีดจางและช่วยให้บ้านเย็นสบายขึ้นด้วย

การทาสีบ้านให้สวยทนนานเหมือนช่างมืออาชีพ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาสีที่แพงที่สุดหรืออุปกรณ์ที่ครบที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การใส่ใจทุกขั้นตอนตั้งแต่การเตรียมพื้นผิว การเลือกสีให้เหมาะกับพื้นที่ ไปจนถึงเทคนิคการลงมือทาที่ถูกต้อง หากทำตามขั้นตอนเหล่านี้อย่างครบถ้วน แม้จะเป็นมือใหม่ก็สามารถได้ผลงานที่สวยงามและอยู่ทนนานไม่แพ้งานที่จ้างช่างมาทำเลย

หาซื้อสีทาบ้าน ราคาดี ต้องแวะมาที่ Buildmate ช้อปออนไลน์ ง่ายสะดวก

สนใจสอบถามและสั่งสินค้าได้ที่ 021141978 หรือที่ LINE ทุกขั้นตอนจะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลอย่างใกล้ชิด และตอบทุกความต้องการอย่างรวดเร็วแน่นอน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ การทาสีบ้านด้วยตัวเอง

จำเป็นต้องทาสีรองพื้นไหม ?

จำเป็น เพราะสีรองพื้นช่วยป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นภายหลัง เช่น สีซีด หลุดร่อน หรือเชื้อรา อีกทั้งยังช่วยให้สีจริงติดแน่นและมีความสดใสมากขึ้น การทาสีทับหน้าโดยข้ามสีรองพื้นไม่ใช่ทางเลือกที่แนะนำ

ถ้าไม่เตรียมพื้นผิวก่อนทาสี จะเกิดอะไรขึ้น?

สีจะเกาะผิวได้น้อยลง ทาแล้วไม่สวยเนียน และมีโอกาสหลุดล่อนเร็วกว่าปกติ การเตรียมพื้นผิวให้พร้อมก่อนจะช่วยให้สีเกาะทนขึ้นและอยู่ได้นานโดยไม่ต้องทาซ้ำบ่อยๆ

ควรทาสีจริงกี่รอบถึงจะพอ?

ควรทาซ้ำอย่างน้อย 2 ถึง 3 รอบ เพื่อให้สีติดแน่นเต็มที่และมีความสดชัดของเฉดสีมากขึ้น การทาเพียงรอบเดียวมักทำให้เนื้อสีไม่เต็มและไม่สม่ำเสมอ

ควรทาขอบมุมก่อนหรือทาพื้นที่กว้างก่อน?

ควรใช้แปรงขนาดเล็กทาขอบมุมและบริเวณที่ลูกกลิ้งเข้าไม่ถึงก่อน จากนั้นจึงใช้ลูกกลิ้งทาส่วนที่เหลือของผนัง เพื่อให้งานเก็บรายละเอียดเรียบร้อยไม่มีรอยขาด

ผนังเก่าที่สีเดิมลอกล่อน ต้องทำอย่างไรก่อนทาสีใหม่?

ต้องขูดลอกสีเก่าที่หลุดล่อนออกด้วยเกรียงก่อน จากนั้นใช้กระดาษทรายขัดพื้นผิวให้เรียบ แล้วจึงเลือกสีรองพื้นที่เหมาะกับผนังเก่าเพื่อเพิ่มการยึดเกาะก่อนทาสีจริง

สินค้าแนะนำ

บทความแนะนำ

ค้นหาสินค้าด่วน